← กลับไปหน้ารวม
บทที่ 14 จาก 17

ปัฏฐาน ๒๔ ปัจจัย

ไม่มีอะไรเกิดจากเหตุเดียว
ที่มา: คัมภีร์ปัฏฐาน (มหาปกรณ์ พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย เล่ม ๔๐–๔๕) / อภิธัมมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ ๘ / อรรถกถาอัฏฐสาลินี / อุปัฑฒสูตร (สังยุตตนิกาย)

เหตุปจฺจโย อารมฺมณปจฺจโย อธิปติปจฺจโย อนนฺตรปจฺจโย

“ธรรมที่เป็นปัจจัยโดยความเป็นเหตุ โดยความเป็นอารมณ์ โดยความเป็นใหญ่ โดยความเป็นลำดับติดต่อกัน”

1 หลักอภิธรรม

คัมภีร์ปัฏฐานเป็นคัมภีร์ที่ใหญ่ที่สุดในพระอภิธรรมปิฎก จึงเรียกว่า “มหาปกรณ์” อธิบายว่าสภาวธรรมทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กันได้ ๒๔ แบบ เช่น เหตุปัจจัย (เป็นราก เช่น โลภะ อโลภะ) อารัมมณปัจจัย (เป็นสิ่งที่ถูกรู้) อธิปติปัจจัย (เป็นใหญ่ เช่น ความพอใจ ความเพียร) อนันตรปัจจัย (จิตดวงก่อนเป็นปัจจัยให้ดวงถัดไป) สหชาตปัจจัย (เกิดพร้อมกันและค้ำจุนกัน) อุปนิสสยปัจจัย (เป็นที่อาศัยมีกำลัง) กัมมปัจจัย (เจตนาเป็นปัจจัยให้เกิดผล) และอาหารปัจจัย

ถ้าปฏิจจสมุปบาทในบทที่ ๑๓ ตอบว่า “อะไรทำให้อะไรเกิด” ปัฏฐานตอบว่า “เป็นปัจจัยแก่กันด้วยวิธีไหน” ซึ่งละเอียดกว่ามาก บทนี้เป็นเพียงประตูบานแรกของคัมภีร์ที่ยาวถึง ๖ เล่ม

2 เจาะลึก

ปัฏฐานคืออะไร

อรรถกถาอธิบายว่า “ปัฏฐาน” มาจาก ป (หลากหลาย) + ฐาน (ปัจจัย) แปลว่า “ปัจจัยอันหลากหลาย” คัมภีร์นี้นำธรรมทั้งหมดในมาติกาของธัมมสังคณี (บทที่ ๑) มาจับคู่กันทุกแบบ แล้วแสดงว่าแต่ละคู่เป็นปัจจัยแก่กันด้วยปัจจัยใดบ้าง โดยแสดงทั้งแบบที่เป็นปัจจัย (อนุโลม) แบบที่ไม่เป็นปัจจัย (ปัจจนียะ) และแบบผสม รวมเป็น ๒๔ วิธีการแสดง

อรรถกถาเล่าว่าในสัปดาห์ที่ ๔ หลังตรัสรู้ ขณะพระพุทธเจ้าทรงพิจารณาพระอภิธรรมที่เรือนแก้ว เมื่อทรงพิจารณาถึงคัมภีร์ปัฏฐาน พระญาณได้โอกาสแผ่ไปเต็มที่ ฉัพพรรณรังสี (รัศมี ๖ สี) จึงเปล่งออกจากพระวรกาย

ศัพท์พื้นฐาน ๓ คำ

ก่อนเรียนปัจจัยแต่ละข้อ ควรรู้จักคำ ๓ คำที่ใช้ตลอดทั้งคัมภีร์

  • ปัจจยธรรม — ธรรมที่เป็นผู้ให้ เป็นผู้อุปการะ เช่น ประสาทตาที่ช่วยให้การเห็นเกิด
  • ปัจจยุปปันนธรรม — ธรรมที่เกิดขึ้นเพราะปัจจัยนั้น เป็นผู้รับ เช่น การเห็น
  • ปัจจยสัตติ — “แรง” หรือวิธีที่ปัจจัยนั้นอุปการะ เช่น ประสาทตาอุปการะการเห็นโดยเป็นที่อาศัย (นิสสยปัจจัย) และโดยเกิดก่อน (ปุเรชาตปัจจัย) ปัจจัย ๒๔ ก็คือสัตติ ๒๔ แบบนี้เอง

ปัจจัยทั้ง ๒๔

รายชื่อตามลำดับในคัมภีร์ บทสวดพระอภิธรรมในงานศพบทสุดท้ายคือรายชื่อนี้ “เหตุปัจจโย อารัมมณปัจจโย…” ไล่ไปจนถึง “อวิคตปัจจโย”

ปัจจัยเกี่ยวกับเวลา

ปัจจัยหลายข้อบอกว่าเหตุกับผลสัมพันธ์กันในเวลาอย่างไร

  • ดวงก่อนกับดวงถัดไป — อนันตระ สมนันตระ นัตถิ วิคตะ: จิตดวงก่อนดับไป เปิดโอกาสให้ดวงถัดไปเกิดทันทีตามลำดับ (บทที่ ๓ และ ๙)
  • เกิดก่อน — ปุเรชาตะ: รูปที่เกิดก่อนและยังตั้งอยู่ เช่น ประสาทตาและสีที่ปรากฏ อุปการะการเห็นที่เกิดทีหลัง
  • เกิดทีหลัง — ปัจฉาชาตะ: จิตที่เกิดทีหลังอุปการะร่างกายที่เกิดก่อนให้ตั้งอยู่ได้ เหมือนน้ำที่รดภายหลังช่วยหล่อเลี้ยงต้นไม้ที่โตแล้ว
  • เกิดพร้อมกัน — สหชาตะ และอัญญมัญญะ: ธรรมที่เกิดพร้อมกันค้ำจุนกัน เหมือนเปลวไฟกับแสงสว่าง และเหมือนไม้สามขาที่พิงกันตั้งอยู่
  • ตลอดเวลาที่ยังมีอยู่ — อัตถิ และอวิคตะ: ธรรมที่ยังไม่ดับเป็นปัจจัยได้ตราบที่ยังมีอยู่

อุปนิสสยปัจจัย: ปัจจัยที่ใกล้ชีวิตที่สุด

อุปนิสสยะคือที่อาศัยที่มีกำลังมาก แบ่งเป็น ๓ แบบ แบบที่สามกว้างที่สุดและเป็นเรื่องที่เราเห็นได้ทุกวัน

  • อารัมมณูปนิสสยะ — อารมณ์ที่มีกำลังมากจนจิตให้ความสำคัญ เช่น ระลึกถึงบุญที่เคยทำแล้วเกิดปีติ
  • อนันตรูปนิสสยะ — จิตดวงก่อนเป็นที่อาศัยที่มีกำลังแก่ดวงถัดไป
  • ปกตูปนิสสยะ — สิ่งที่สะสมหรือคุ้นเคยมา เช่น นิสัย ความรู้ ศรัทธา เพื่อน ครู อาหาร อากาศ ที่อยู่ ล้วนเป็นปัจจัยแก่จิตใจได้ ทั้งในทางดีและไม่ดี
  • ในอุปัฑฒสูตร พระอานนท์กราบทูลว่ากัลยาณมิตรเป็นครึ่งหนึ่งของพรหมจรรย์ พระพุทธเจ้าตรัสว่าอย่าพูดอย่างนั้น กัลยาณมิตรเป็นพรหมจรรย์ทั้งหมด นี่คือตัวอย่างของปกตูปนิสสยะที่มีกำลังมาก

อธิปติปัจจัย และอาหารปัจจัย

  • อธิปติ (ความเป็นใหญ่) แบบเกิดร่วม มี ๔ อย่าง คือ ฉันทะ (ความพอใจ) วิริยะ (ความเพียร) จิตตะ (ความใส่ใจ) และวิมังสา (ปัญญาพิจารณา) ในจิตดวงหนึ่งมีได้เพียงอย่างเดียวที่เป็นใหญ่ ทั้ง ๔ นี้คืออิทธิบาท ๔ ที่ใช้ทำงานให้สำเร็จ
  • อธิปติแบบอารมณ์ คืออารมณ์ที่จิตให้ความสำคัญเป็นพิเศษจนครอบงำใจ เช่น สิ่งของที่รักมาก หรือนิพพานสำหรับพระอริยะ
  • อาหาร (เครื่องหล่อเลี้ยง) มี ๔ อย่าง คือ อาหารที่กิน (กพฬีการาหาร) หล่อเลี้ยงรูป ผัสสะหล่อเลี้ยงเวทนา เจตนา (มโนสัญเจตนาหาร) หล่อเลี้ยงการเกิดใหม่ และวิญญาณหล่อเลี้ยงนามรูป

นามกับรูปเป็นปัจจัยแก่กัน ๖ แบบ

อภิธัมมัตถสังคหะจัดปัจจัยทั้ง ๒๔ ตามว่า “ใครให้ใคร” ได้ ๖ แบบ ซึ่งแสดงว่านามกับรูปพึ่งพากันอย่างแนบแน่น ไม่มีฝ่ายใดอยู่ได้ลำพัง

ลองวิเคราะห์ขณะเดียว: อยากกินขนม

ความรู้สึกง่ายๆ อย่าง “อยากกินขนมที่เห็น” ไม่ได้มีเหตุเดียว ภาพนี้แสดงเพียงบางปัจจัยที่ทำงานพร้อมกันในขณะนั้น ถ้าวิเคราะห์ตามคัมภีร์ทั้งหมดจะละเอียดกว่านี้อีกมาก

ย่อ ๒๔ เหลือ ๔

อภิธัมมัตถสังคหะสรุปว่า ปัจจัยทั้ง ๒๔ รวมลงได้ใน ๔ ปัจจัย คือ อารัมมณปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย กัมมปัจจัย และอัตถิปัจจัย ถ้าจะจำเพียง ๔ ข้อเพื่อใช้ในชีวิต ก็คือ ใจรู้อะไรอยู่ (อารมณ์) มีอะไรหนุนหลังอยู่ (อุปนิสสยะ) กำลังตั้งใจทำอะไร (กรรม) และมีอะไรอยู่ตรงหน้าจริงๆ ในขณะนี้ (อัตถิ)

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

  • “ผลหนึ่งมาจากเหตุเดียว” — ไม่ใช่ ทุกขณะมีปัจจัยหลายอย่างทำงานพร้อมกัน ความสำเร็จหรือความล้มเหลวจึงไม่ได้มาจาก “ฉัน” คนเดียว หรือ “เขา” คนเดียว
  • “ปัฏฐานเป็นบทสวดสำหรับคนตาย” — บทสวดเป็นเพียงรายชื่อปัจจัย ส่วนเนื้อหาของคัมภีร์คือการอธิบายความสัมพันธ์ของทุกสิ่งในชีวิตของคนที่ยังอยู่
  • “มีผู้สร้างหรือผู้ควบคุมเครือข่ายของปัจจัย” — ไม่ใช่ ปัจจัยทำงานตามธรรมชาติของมัน ไม่มีผู้สั่ง และไม่มีตัวตนอยู่เบื้องหลัง
  • “ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามปัจจัย เราก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร” — ไม่ใช่ เจตนาของเราเองเป็นกัมมปัจจัย และสิ่งที่เราเลือกคบหาหรือฝึกฝนเป็นปกตูปนิสสยะ เราจึงเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิตตัวเอง

3 เข้าใจง่ายๆ

ถ้าปฏิจจสมุปบาทคือ “เส้นทางของทุกข์” ปัฏฐานก็คือ “ตาข่ายความสัมพันธ์” ที่บอกว่าแต่ละสิ่งช่วยให้สิ่งอื่นเกิดขึ้นได้ด้วยวิธีไหน

เช่น ต้นไม้จะโตได้ ต้องมีเมล็ด (เหตุ) ดิน น้ำ แสง (ปัจจัยหลายแบบ) — ไม่มีอะไรเกิดจากเหตุเดียว ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของเราก็เช่นกัน การเห็นแบบนี้ช่วยลดทั้งความหลงตัวเวลาสำเร็จ และการโทษตัวเองเกินไปเวลาล้มเหลว

ลองนึกถึงวงดนตรี เพลงที่ไพเราะไม่ได้มาจากนักร้องคนเดียว มีมือกลองคุมจังหวะ (อนันตระ) มีโน้ตที่ทุกคนอ่าน (อารัมมณะ) มีหัวหน้าวง (อธิปติ) มีเครื่องดนตรีที่ต้องมีก่อนเริ่มเล่น (ปุเรชาตะ) มีการซ้อมมาหลายปี (อาเสวนะ) และมีครูที่เคยสอน (อุปนิสสยะ) ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง เพลงก็จะเปลี่ยนไป

ใจเราก็เป็นวงดนตรีแบบนี้ทุกขณะ ข่าวดีคือ เราเปลี่ยนสมาชิกบางคนในวงได้ เช่น เลือกเพื่อนที่ดี ฝึกนิสัยที่ดี และตั้งเจตนาให้ดี เพลงของชีวิตก็จะค่อยๆ เปลี่ยนตาม

4 ลองแยกดู

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นปัจจัยแบบไหนเด่นที่สุด?

  1. ความโลภที่เป็นรากของจิตที่อยากได้
  2. สีของดอกไม้ที่จิตเห็น
  3. จิตดวงก่อนดับ แล้วดวงใหม่เกิดต่อทันที
  4. ครูที่ดีทำให้เราอยากศึกษาธรรม
  5. เสียงเพลงที่จิตได้ยิน
  6. เมตตา (อโทสะ) ที่เป็นรากของจิตที่ให้อภัย
  7. นิสัยตื่นเช้าที่สะสมมาหลายปี ช่วยให้ลุกขึ้นนั่งสมาธิได้
  8. ภวังค์ดวงสุดท้ายดับ อาวัชชนะเกิดต่อ
  9. ศรัทธาจากการฟังธรรมเมื่อปีก่อน หนุนให้ตั้งใจทำบุญวันนี้
  10. เรื่องเมื่อวานที่กำลังนึกถึงอยู่

5 ลองสังเกตในชีวิตจริง

  • เลือกเรื่องดีๆ ๑ เรื่องในชีวิตตอนนี้ แล้วลองไล่ดูว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้มันเกิดขึ้น — มักจะมากกว่าที่คิด
  • ทำแบบเดียวกันกับเรื่องที่ผิดหวัง ลองเขียนปัจจัยอย่างน้อย ๕ อย่าง แล้วดูว่ามีอะไรบ้างที่ไม่ใช่ “ความผิดของเรา” และอะไรที่เราเปลี่ยนได้
  • สำรวจปกตูปนิสสยะของตัวเอง: เพื่อน ๕ คนที่คุยด้วยบ่อยที่สุด สิ่งที่ดูหรืออ่านทุกวัน และอาหารที่กิน สิ่งเหล่านี้กำลังหนุนใจไปทางไหน
  • ก่อนเริ่มงานสำคัญ ลองเลือกอิทธิบาทหนึ่งข้อเป็นตัวนำ: วันนี้จะใช้ฉันทะ (ความรัก) วิริยะ (ความเพียร) จิตตะ (ความใส่ใจ) หรือวิมังสา (การพิจารณา)
  • เมื่อรู้สึกขอบคุณใคร ลองนึกต่อว่าเขาเป็นปัจจัยแก่เราด้วยวิธีใด แล้วถามกลับว่าวันนี้เราเป็นปัจจัยดีๆ ให้ใครได้บ้าง

6 คำศัพท์น่ารู้

ปัจจัย
สิ่งที่อุปการะ เกื้อหนุนให้สิ่งอื่นเกิดขึ้นหรือตั้งอยู่
ปกรณ์
คัมภีร์
ปัจจยธรรม / ปัจจยุปปันนธรรม
ธรรมที่เป็นผู้ให้ / ธรรมที่เกิดขึ้นเพราะปัจจัย
ปัจจยสัตติ
แรงหรือวิธีที่ปัจจัยอุปการะ
อธิปติ
ความเป็นใหญ่ — มี ๔: ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
อนันตระ / สมนันตระ
ต่อกันไม่มีช่องว่าง / ต่อกันตามลำดับที่ถูกต้อง
สหชาตะ / อัญญมัญญะ
เกิดพร้อมกัน / อุดหนุนซึ่งกันและกัน
นิสสยะ / อุปนิสสยะ
เป็นที่อาศัย / เป็นที่อาศัยที่มีกำลังมาก
ปุเรชาตะ / ปัจฉาชาตะ
เกิดก่อนแล้วเป็นปัจจัย / เกิดทีหลังแล้วเป็นปัจจัย
อาเสวนะ
การเกิดซ้ำๆ จนมีกำลัง เช่น ชวนะ
สัมปยุตตะ / วิปปยุตตะ
ประกอบเข้ากันได้สนิท / เป็นปัจจัยแก่กันโดยไม่ประกอบกัน
อัตถิ / นัตถิ
เป็นปัจจัยโดยยังมีอยู่ / เป็นปัจจัยโดยดับไปให้โอกาส
อิทธิบาท ๔
ธรรมเป็นเครื่องให้สำเร็จ: ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
กัลยาณมิตร
มิตรที่ดี ผู้ชี้ทางที่ถูกต้อง

7 สรุปท้ายบท

  • ปัฏฐานคือ “ปัจจัยอันหลากหลาย” เป็นคัมภีร์ที่ใหญ่ที่สุดในพระอภิธรรม
  • ปัจจัยมี ๒๔ แบบ ตั้งแต่เหตุปัจจัยจนถึงอวิคตปัจจัย ทั้งหมดคือ “วิธี” ที่ธรรมหนึ่งอุปการะธรรมอื่น
  • นามและรูปเป็นปัจจัยแก่กัน ๖ แบบ ไม่มีฝ่ายใดอยู่ได้ลำพัง
  • ปัจจัยทั้ง ๒๔ ย่อลงได้ใน ๔: อารัมมณ อุปนิสสย กัมม อัตถิ
  • ทุกขณะมีปัจจัยหลายอย่างพร้อมกัน และเจตนากับสิ่งที่เราเลือกคบหาก็เป็นปัจจัยของชีวิตเราเอง

8 ทบทวนตัวเอง

ปัจจยธรรม ปัจจยุปปันนธรรม และปัจจยสัตติ ต่างกันอย่างไร

ปัจจยธรรมคือผู้ให้ ปัจจยุปปันนธรรมคือผู้รับที่เกิดขึ้น และปัจจยสัตติคือวิธีหรือแรงที่อุปการะ

อนันตรปัจจัยกับสหชาตปัจจัยต่างกันอย่างไร

อนันตระคือดวงก่อนเป็นปัจจัยแก่ดวงถัดไป (ต่อกันในเวลา) สหชาตะคือธรรมที่เกิดพร้อมกันค้ำจุนกัน (ในขณะเดียวกัน)

ปกตูปนิสสยปัจจัยมีอะไรเป็นตัวอย่างบ้าง

นิสัย ความรู้ ศรัทธาที่สะสมมา เพื่อน ครู อาหาร อากาศ และที่อยู่อาศัย

สหชาตาธิปติ ๔ มีอะไรบ้าง

ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา — ซึ่งก็คืออิทธิบาท ๔

ปัจจัย ๒๔ ย่อลงได้ในปัจจัยใดบ้าง

อารัมมณปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย กัมมปัจจัย และอัตถิปัจจัย