← กลับไปหน้ารวม
บทที่ 12 จาก 17

ภูมิ ๓๑

ภพภูมิที่สัตว์เกิดได้ — และภูมิของใจ
ที่มา: อภิธัมมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ ๕ (วิถีมุตตสังคหวิภาค) / ธรรมบท / ฉิคคฬสูตร (สังยุตตนิกาย) / เทวทูตสูตรและปาสราสิสูตร (มัชฌิมนิกาย)

กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ กิจฺฉํ มจฺจาน ชีวิตํ

“การได้เกิดเป็นมนุษย์เป็นของยาก การมีชีวิตอยู่ของสัตว์ผู้ต้องตายเป็นของยาก (ธรรมบท คาถาที่ ๑๘๒)”

1 หลักอภิธรรม

อภิธรรมแบ่งที่เกิดของสัตว์เป็น ๓๑ ภูมิ ได้แก่ อบายภูมิ ๔ (นรก เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน) กามสุคติภูมิ ๗ (มนุษย์ ๑ และสวรรค์ ๖ ชั้น) รูปาวจรภูมิ ๑๖ (พรหมผู้มีรูป) และอรูปาวจรภูมิ ๔ (พรหมผู้ไม่มีรูป)

การเกิดในภูมิใดขึ้นอยู่กับกรรมที่ให้ผลนำเกิด เช่น อกุศลกรรมนำไปสู่อบาย กามาวจรกุศลนำไปสู่มนุษย์และสวรรค์ ส่วนฌานนำไปสู่พรหมโลก

ทุกภูมิ แม้แต่ภูมิที่สูงที่สุด ยังเป็นสังขตะ มีเกิดและมีตาย จึงยังอยู่ในวัฏสงสาร เป้าหมายสูงสุดของพุทธศาสนาคือนิพพาน (บทที่ ๘) ไม่ใช่ภูมิใดภูมิหนึ่ง

2 เจาะลึก

“ภูมิ” มีสองความหมาย

อภิธรรมใช้คำว่าภูมิใน ๒ ความหมาย ความหมายแรกคือ “ภูมิที่เกิด” หรือที่อยู่อาศัยของสัตว์ ซึ่งมี ๓๑ ภูมิในบทนี้ ความหมายที่สองคือ “ภูมิของจิต” หรือระดับของจิต ซึ่งมี ๔ ระดับตามบทที่ ๓ คือ กามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร และโลกุตตร

สองความหมายนี้เกี่ยวข้องกันแต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน เช่น มนุษย์ซึ่งอยู่ในกามภูมิ ก็มีรูปาวจรจิตได้เมื่อเข้าฌาน และภูมิ ๓๑ ยังจัดเป็นโลก ๓ ได้ คือ กามโลก ๑๑ (อบาย ๔ + กามสุคติ ๗) รูปโลก ๑๖ และอรูปโลก ๔

แผนที่ภูมิ ๓๑

เรียงจากภูมิที่ละเอียดที่สุดอยู่ด้านบน ลงไปถึงอบายภูมิด้านล่าง

อบายภูมิ ๔

“อบาย” แปลว่า ปราศจากความเจริญ เป็นภูมิที่ทุกข์มาก และยากที่จะทำความดี ครูอาจารย์มักอธิบายตามแนวอรรถกถาว่า แต่ละภูมิสัมพันธ์กับอกุศลมูลที่เด่น

  • นิรยะ (นรก) — ภูมิที่ทุกข์ทรมานที่สุด มักสัมพันธ์กับโทสะที่รุนแรง
  • เปตติวิสัย (เปรต) — ภูมิของสัตว์ที่หิวกระหายไม่รู้จักอิ่ม มักสัมพันธ์กับโลภะและความตระหนี่
  • ติรัจฉาน (สัตว์ดิรัจฉาน) — ภูมิที่อยู่ด้วยสัญชาตญาณ ยากจะรู้ผิดชอบชั่วดี มักสัมพันธ์กับโมหะ
  • อสุรกาย — ภูมิของสัตว์ที่ทุกข์และหวาดกลัว (อสูรในอบายนี้ต่างจากอสูรที่เป็นศัตรูของเทวดาชั้นดาวดึงส์)
  • ไม่มีภูมิใดเป็นนิรันดร์ แม้แต่นรก เมื่อกรรมที่นำไปเกิดหมดแรง สัตว์นั้นก็จุติไปเกิดที่อื่น

มนุษย์ภูมิ: ภูมิที่ดีที่สุดสำหรับการปฏิบัติ

มนุษย์ภูมิมีทั้งสุขและทุกข์ผสมกันพอดี ทุกข์มากพอให้เห็นโทษของวัฏฏะ และสุขพอที่จะมีเวลาและกำลังใจทำความดี พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ก็ตรัสรู้ในมนุษย์ภูมิ

ในฉิคคฬสูตร พระพุทธเจ้าตรัสเปรียบว่า ถ้ามีคนโยนแอกไม้ที่มีรูเดียวลงในมหาสมุทร และมีเต่าตาบอดตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาหายใจทุกร้อยปี โอกาสที่เต่าจะสอดคอเข้าไปในรูแอกพอดี ยังมากกว่าโอกาสที่สัตว์ในอบายจะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์

สวรรค์ ๖ ชั้น

สวรรค์ชั้นกามาวจรเป็นที่อยู่ของเทวดา ยังเกี่ยวข้องกับกามคุณแต่ประณีตกว่ามนุษย์ ยิ่งสูงยิ่งละเอียดและอายุยืนขึ้น อภิธัมมัตถสังคหะกล่าวว่า ชั้นจาตุมหาราชิกามีอายุ ๕๐๐ ปีทิพย์ โดยหนึ่งวันของชั้นนี้เท่ากับ ๕๐ ปีมนุษย์ และชั้นที่สูงขึ้นไปมีทั้งอายุและความยาวของวันเพิ่มขึ้นชั้นละเท่าตัว

  • จาตุมหาราชิกา — สวรรค์ของท้าวมหาราช ๔ องค์ผู้รักษาทิศทั้ง ๔
  • ดาวดึงส์ (ตาวติงสา) — มีท้าวสักกะเป็นใหญ่ เป็นที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดาตามบทที่ ๑
  • ยามา — เทวดาที่ปราศจากความทุกข์
  • ดุสิต — สวรรค์ของผู้มีความยินดี เป็นที่ประทับของพระโพธิสัตว์ก่อนจะลงมาตรัสรู้
  • นิมมานรดี — เทวดาที่ยินดีในสิ่งที่ตนเนรมิตเอง
  • ปรนิมมิตวสวัตดี — เทวดาที่เสวยสิ่งที่ผู้อื่นเนรมิตให้ เป็นสวรรค์ชั้นสูงสุดของกามภูมิ

รูปพรหม ๑๖ ภูมิ

รูปพรหมเกิดจากรูปฌาน ซึ่งพ้นจากกามคุณแล้ว แต่ยังมีรูปละเอียดอยู่ แบ่งเป็นชั้นตามระดับฌาน และกำลังของฌาน (อ่อน กลาง แก่) กำหนดชั้นย่อย อายุของพรหมนับเป็น “กัป” เช่น มหาพรหมามีอายุ ๑ กัป อกนิฏฐาซึ่งสูงที่สุดมีอายุ ๑๖,๐๐๐ กัป

  • อสัญญสัตตา — เกิดจากการเจริญฌานด้วยความเบื่อหน่ายในสัญญา มีแต่รูป ไม่มีจิตเลยตลอดอายุ
  • สุทธาวาส ๕ — “ที่อยู่ของผู้บริสุทธิ์” เป็นที่เกิดของพระอนาคามีเท่านั้น และพระอนาคามีจะบรรลุอรหัตตผลในภูมินี้ ไม่กลับมาเกิดในกามภูมิอีก

อรูปพรหม ๔ ภูมิ

อรูปพรหมเกิดจากอรูปฌาน มีแต่นามธรรม คือจิตและเจตสิก ไม่มีรูปเลย อายุยืนมาก ตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ กัป จนถึง ๘๔,๐๐๐ กัปในชั้นเนวสัญญานาสัญญายตนะ

ในปาสราสิสูตร หลังตรัสรู้ พระพุทธเจ้าทรงนึกถึงอาฬารดาบสและอุทกดาบส อาจารย์ที่เคยสอนอรูปฌานแก่พระองค์ เพื่อจะไปแสดงธรรม แต่ทั้งสองท่านสิ้นชีวิตไปแล้ว ไปเกิดในอรูปภูมิ จึงไม่มีโอกาสได้ฟังธรรม แม้จะได้ภูมิที่สูงที่สุดในโลก แต่ก็พลาดทางสู่นิพพาน

กรรมแบบไหนนำไปภูมิไหน

สรุปจากกรรม ๔ ตามภูมิที่ให้ผลในบทที่ ๑๑

ภูมิที่เกิดกับภูมิของจิต

ภูมิที่เกิดกำหนดว่าจิตระดับใดเกิดได้บ้าง สัตว์ในอบายมีได้เพียงกามาวจรจิต ส่วนมนุษย์และเทวดามีจิตได้ครบทุกระดับ รูปพรหมไม่มีจิตบางประเภท เช่น การได้กลิ่น ลิ้มรส รู้สัมผัส และโทสะ ส่วนอรูปพรหมไม่มีจิตที่อาศัยรูปเลย

ภูมิในชีวิตประจำวัน และความเข้าใจผิด

นอกจากความหมายตามคัมภีร์ ครูอาจารย์หลายท่านยังใช้ภูมิเป็นเครื่องมือพิจารณาใจ เช่น ใจที่ร้อนรุ่มด้วยความโกรธเหมือนนรก ใจที่อยากไม่รู้จักพอเหมือนเปรต การมองแบบนี้เป็นการเสริม ไม่ได้มาแทนที่คำสอนเรื่องภพภูมิในคัมภีร์

  • “ขึ้นสวรรค์หรือพรหมโลกคือเป้าหมายสูงสุด” — ไม่ใช่ ทุกภูมิยังมีเกิดมีตาย เมื่อบุญหมดก็จุติ เป้าหมายคือนิพพาน
  • “นรกคือการลงโทษจากผู้มีอำนาจ” — ไม่ใช่ เป็นวิบากของกรรมตน ในเทวทูตสูตร พญายมกล่าวกับผู้ทำบาปว่า กรรมนั้นเธอทำเอง ไม่ใช่มารดา บิดา หรือใครทำให้
  • “เกิดเป็นเทวดาแล้วสบายตลอดไป” — ไม่ใช่ เทวดาก็มีความทุกข์เมื่อใกล้จุติ และความสุขที่มากเกินไปทำให้ประมาทได้ง่าย
  • “เกิดเป็นมนุษย์เป็นเรื่องธรรมดา” — อุปมาเต่าตาบอดชี้ว่าการเกิดเป็นมนุษย์เป็นโอกาสที่หายากมาก จึงควรใช้ให้คุ้มค่า

3 เข้าใจง่ายๆ

นอกจากความหมายเรื่องภพชาติ ครูอาจารย์หลายท่านยังชวนให้มองภูมิเป็น “สภาพใจ” ที่เราเกิดอยู่ทุกวัน: ตอนโกรธจนร้อนรุ่มก็เหมือนนรก ตอนอยากได้ไม่รู้จักพอก็เหมือนเปรต ตอนใจสงบแผ่เมตตาก็ใกล้เคียงพรหม

ทั้งสองมุมไม่ได้ขัดกัน — สภาพใจที่เราฝึกซ้ำๆ วันนี้ คือสิ่งที่ส่งผลต่อไปข้างหน้า

ลองนึกถึงตึกสูง ๓๑ ชั้นที่ไม่มีใครได้อยู่ถาวร ทุกคนต้องย้ายชั้นเมื่อสัญญาเช่าหมด ค่าเช่าที่จ่ายคือกรรม ห้องชั้นบนสวยกว่าและสัญญายาวกว่า แต่ก็ยังต้องย้ายออกอยู่ดี การเกิดเป็นมนุษย์เหมือนได้อยู่ชั้นที่มีลิฟต์ทางออก คือมีโอกาสฟังธรรมและปฏิบัติจนออกจากตึกนี้ได้

คนส่วนใหญ่ใช้เวลาทั้งชีวิตกังวลว่าจะได้ห้องชั้นไหน แต่พระพุทธเจ้าชวนให้มองหาทางออกจากตึก ซึ่งเริ่มได้ตั้งแต่ตอนนี้ ในภูมิมนุษย์ที่เราอยู่

4 ลองแยกดู

การกระทำหรือสภาพจิตต่อไปนี้ มักนำไปเกิดในภูมิใด?

  1. ตระหนี่มาก อยากได้ไม่สิ้นสุด ไม่ยอมแบ่งให้ใคร
  2. รักษาศีล ๕ และให้ทานเป็นประจำ
  3. เจริญเมตตาจนจิตตั้งมั่นเป็นฌาน
  4. ฝึกสมาธิจนได้ฌานที่มีอากาศอันไม่มีที่สิ้นสุดเป็นอารมณ์
  5. ฆ่าสัตว์ด้วยความโหดร้ายเป็นนิสัย
  6. เคารพพ่อแม่และผู้ใหญ่ อ่อนน้อมถ่อมตน
  7. เพ่งกสิณจนได้ปฐมฌาน
  8. ใช้ชีวิตตามความอยากโดยไม่สนใจผิดชอบชั่วดี
  9. ฟังธรรมและสวดมนต์เป็นประจำด้วยความเลื่อมใส
  10. ได้ฌานละเอียดที่สุดจน “มีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีก็ไม่ใช่”

5 ลองสังเกตในชีวิตจริง

  • วันนี้ใจเราเคย “เกิด” ในภูมิไหนบ้าง? ภูมิไหนบ่อยที่สุด?
  • เมื่อรู้สึกอยากได้ไม่รู้จักพอ ลองนึกถึงภูมิเปรต แล้วถามตัวเองว่า “อะไรที่มีอยู่แล้วพอสำหรับวันนี้” เพื่อพาใจกลับสู่ความอิ่ม
  • ระลึกถึงอุปมาเต่าตาบอดเมื่อรู้สึกว่าชีวิตไม่มีความหมาย การเกิดเป็นมนุษย์ที่มีโอกาสได้ฟังธรรมเป็นโชคที่หายากมาก
  • ลองแผ่เมตตาให้สัตว์ในทุกภูมิ ทั้งที่มองเห็นและไม่เห็น ตั้งแต่สัตว์ในอบายจนถึงเทวดาและพรหม เพื่อขยายใจให้กว้างขึ้น
  • เมื่อได้รับความสุขสบายมาก ลองเตือนตัวเองแบบที่เทวดาควรเตือนตัวเองว่า “ความสุขนี้ก็ไม่เที่ยง” เพื่อไม่ให้ประมาท

6 คำศัพท์น่ารู้

ภูมิ
ที่เกิด ที่อยู่ของสัตว์ หรือระดับของจิต
อบาย
ภูมิที่ปราศจากความเจริญ
สุคติ
ภูมิที่ดี
กามโลก / รูปโลก / อรูปโลก
โลกที่ยังเกี่ยวกับกาม / โลกของพรหมผู้มีรูป / โลกของพรหมผู้ไม่มีรูป
ฌาน
ภาวะจิตที่ตั้งมั่นแนบแน่นจากการทำสมาธิ
เทวดา
สัตว์ในสวรรค์ ๖ ชั้น
พรหม
สัตว์ในรูปภูมิและอรูปภูมิ เกิดด้วยกำลังของฌาน
ปีทิพย์
ปีของเทวดา ยาวกว่าปีมนุษย์มาก
กัป
ช่วงเวลายาวนานมาก ใช้วัดอายุพรหม
สุทธาวาส
ที่อยู่ของผู้บริสุทธิ์ เป็นที่เกิดของพระอนาคามี
อสัญญสัตตะ
พรหมที่มีแต่รูป ไม่มีจิต
วัฏสงสาร
การเวียนว่ายตายเกิดในภูมิต่างๆ

7 สรุปท้ายบท

  • ภูมิ ๓๑ = อบาย ๔ + กามสุคติ ๗ + รูปพรหม ๑๖ + อรูปพรหม ๔ หรือ = กามโลก ๑๑ + รูปโลก ๑๖ + อรูปโลก ๔
  • อกุศลนำไปอบาย กามาวจรกุศลนำไปมนุษย์และเทวดา รูปฌานนำไปรูปพรหม อรูปฌานนำไปอรูปพรหม
  • สุทธาวาสเป็นที่เกิดของพระอนาคามีเท่านั้น อสัญญสัตตะมีแต่รูป อรูปพรหมมีแต่นาม
  • มนุษย์ภูมิเป็นภูมิที่เหมาะกับการปฏิบัติที่สุด และการเกิดเป็นมนุษย์หายากมาก
  • ทุกภูมิยังมีเกิดมีตาย เป้าหมายสูงสุดคือนิพพาน ไม่ใช่ภูมิใดภูมิหนึ่ง

8 ทบทวนตัวเอง

กามโลกมีกี่ภูมิ ประกอบด้วยอะไรบ้าง

๑๑ ภูมิ คือ อบาย ๔ (นรก เปรต อสุรกาย ดิรัจฉาน) มนุษย์ ๑ และสวรรค์ ๖ ชั้น

สุทธาวาสเป็นที่เกิดของใคร

พระอนาคามีเท่านั้น และพระอนาคามีจะบรรลุอรหัตตผลในภูมินั้น

ภูมิใดมีแต่รูปไม่มีจิต และภูมิใดมีแต่จิตไม่มีรูป

อสัญญสัตตภูมิมีแต่รูป อรูปภูมิ ๔ มีแต่นาม (จิตและเจตสิก)

ทำไมมนุษย์ภูมิจึงเหมาะกับการปฏิบัติธรรม

เพราะมีทุกข์และสุขพอดี ทุกข์พอให้เห็นโทษของวัฏฏะ สุขพอให้มีกำลังทำความดี และพระพุทธเจ้าตรัสรู้ในมนุษย์ภูมิ

อุปมาเต่าตาบอดกับแอกไม้สอนอะไร

การได้เกิดเป็นมนุษย์หายากยิ่งกว่าเต่าตาบอดที่โผล่ขึ้นทุกร้อยปีจะสอดคอเข้ารูแอกที่ลอยอยู่กลางมหาสมุทรพอดี